ซื้อรถมือสองยังไงไม่ให้โดนหลอก

ก็อย่างที่รู้ๆกันนะครับว่าผมเอง ผู้เขียนมีอาชีพด้านการซื้อขายรถมือสอง ก็เลยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการดูรถมาหลายๆแบบ เจ็บมาก็เยอะ รถมีปัญหา แต่ที่ดูไม่ออกซื้อมาทั้งอย่างงั้นเลยก็มี รถสวมทะเบียนก็เคยโดนมาแล้ว พี่เจ็บมาเยอะ ว่างั้น ทีนี้ก็เลยอยากจะเอาประสบการณ์พวกนี้มาแบ่งปันกัน สำหรับผู้ที่กำลังอยากได้รถมือสองแล้วกำลังกลัวว่าจะโดนหลอกมั้ย ถ้าลองดูจากที่ผมบอกแล้วผมแน่ใจว่าน่าจะช่วยได้ระดับนึง เพราะจุดที่ใช้ในการดูหรือสังเกตนั้นมีค่อนข้างเยอะ บอกไปทั้งหมดคิดว่านะจะจำกันได้ไม่หมดแน่ และผมเองก็อาจจะเขียนถึงได้ไม่หมด เอาเป็นว่าผมจะพูดถึงจุดสำคัญที่ต้องรู้และต้องดูน่าจะดีกว่า เราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
อย่างแรกเลยที่คนจะซื้อรถมือสองกลัวกันที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องที่ว่ารถเคยชนมามั้ย มีอุบัติเหตุอะไรมาบ้างหรือเปล่า แล้วจะดูยังไงหละว่ารถเคยชนมา เอาหลักการง่ายๆไปเลยก็แล้วกันนะครับ เราจะต้องดูที่สีรถก่อน

วิธีดูุรถมือสอง

ไม่ใช่พวกสีด่างหรือรอยขูดขีดนะครับ แต่ให้ดูว่าสีมีการแตกลายงามั้ย ดูจากรูปด้านบนนะครับ ( พอดีไม่มีรูปตัวอย่างของฝากระโปรงหน้ามีแต่ด้านหลัง แต่ลักษณะของสีรถจะเหมือนกันทั้งคันครับ ) ถ้ามีแปลว่ารถเคยโป๊วทำสีมาก่อน อาจจะเกิดจากการชน แล้วไม่สามารถดัดกลับรูปเดิมได้ 100% เลยต้องทำการโป๊วก่อนแล้วค่อยทำสี แต่รถที่จะขายส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีหรอกนะที่สีแตก เพราะเรื่องนี้เป็นจุดที่สังเกตง่ายคนขายส่วนใหญ่ก็จะทำสีมาให้ดูสวยซะก่อน แล้วถ้าอย่างงั้นจะดูยังไงหละ นี่เลยครับหัวน๊อตที่ใช้ยึดฝากระโปรง ให้ดูว่าที่หัวน๊อตมีรอยถอดมาบ้างมั้ย ดูตัวอย่างจากรูปด้านล่างนะครับ

วิธีการดูรถมือสอง

ทั้งสองรูปคือมีรอยถอดมาทั้งคู่ ด้านซ้ายจะดูง่ายหน่อย แต่ด้านขวาจะเห็นรอยเล็กๆตามมุมของหัวน๊อตนะครับ ถ้ามีรอยถอดก็บอกได้เลยครับว่าเคยมีการทำสี แต่จะดูว่ารถชนมามั้ย ตรงจุดนี้จะดูไม่ได้ เพราะแค่เก็บริ้วรอยธรรมดาก็จะต้องมีการถอดเหมือนกัน แต่อยากให้ดูที่จุดนี้ก่อนว่าเคยมีการถอดมั้ยถ้ามีค่อยไปดูในจุดถัดไป จุดถัดไปที่จะดูได้ว่ารถเคยมีการชนมามั้ยก็คือตะเข็บขอบฝากระโปรงครับ ตัวอย่างที่ด้านล่างนะครับ รูปที่อยู่ด้านบนคือรถเดิม รูปด้านล่างคือรถที่เคยซ่อมฝากระโปรงหน้ามา

จุดที่ใช้สังเกตก็คือรอยครับ ต้องดูว่ามีรอยแตกตามตะเข็บบ้างมั้ย ถ้ามีรอยแตกก็ใช่เลยครับว่าเคยมีการซ่อมแซมมา แต่ถ้าไม่มีรอยแตกตามตะเข็บเลย แต่มีรอยถอดหัวน็อต ก็อาจเปลี่ยนฝากระโปรงมาเลย ก็ต้องลองสังเกตุดูว่าสติกเกอร์ที่ควรจะมีอยู่หายไปมั้ย แล้วจะรู้ได้ไงว่ามีสติกเกอร์ครบมั้ย ไม่ยากครับ หารูปรถรุ่นที่คุณจะไปซื้อจาก google มาหลายๆคันแล้วลองสังเกตูเอาว่ามีสติกเกอร์จุดไหนบ้าง แล้วก็เล่นเกมส์จับผิดภาพกับรถที่คุณจะไปซื้อได้เลยครับ

อ่ะทีนี้เราก็มาดูจุดต่อไปครับ นี่เลยครับ ฝากระโปรงหลัง จากรูปด้านบน รถคันนี้ดูภายนอกก็สวยดีนะว่ามะ แต่เชื่อมั้ยครับว่าด้านท้ายชนหนักมา จะว่าไป ก็โชคดีเหมือนกันนะ เพราะจริงๆแล้วผมไม่มีรูปตัวอย่างของรถที่ชนด้านท้ายหนักๆเลย เพราะรถที่ชนหนักๆมาผมจะไม่ซื้อมาขาย พอดีมีลูกค้าโทรเข้า มาว่าจะขายรถก็เลยได้ไปดู เจอเลยครับ เป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ อันที่จริงเจ้าของรถคันนี้เค้าก็ไม่รู้นะครับว่ารถเค้าชนมา เพราะเค้าซื้อรถคันนี้ต่อมาอีกที ที่น่าช้ำใจคือเค้าไปหาซื้อรถตามบ้านที่เราเรียกว่า"รถบ้าน"มาเนี่ยแหละ เจ้าของเก่าที่ขายมาให้เค้าก็ไม่บอกอะไรเลย บอกว่ารถไม่มีชนเดิมๆมาเลย พี่แกก็ดูไม่เป็นอาศัยความเชื่อใจเอา ก็เลยโดนเลย พูดอย่างงี้ก็อาจทำให้หลายๆคนไม่กล้าซื้อรถมือสองขึ้นมาอีก เอาเป็นว่าผมจะบอกถึงจุดสังเกตุต่างๆที่ใช้ดูว่ารถชนท้ายมามั้ย เพื่อเอาไว้เป็นภูมิคุ้มกันสำหรับคนที่กำลังมองหารถมือสองสภาพดีๆซักคันมาใช้ก็แล้วกันนะครับ จุดที่ง่ายที่สุดที่ใช้สังเกตุเลยว่ารถมีชนท้ายมามั้ยก็คือสีครับ ไม่ใช่พวกสีด่างหรือรอยขูดขีดนะครับ แต่ให้ดูว่าสีมีการแตกลายงามั้ย จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสีสวยมากเพราะเค้าเก็บงานสีภายนอกมาดี เพราะฉะนั้นจุดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นหรอกครับ เลยต้องใช้วิธีดูจากจุดอื่นๆเอา จุดที่อยากให้ดูต่อไปก็คือตะเข็บตามขอบฝากระโปรงครับ ตามรูปตัวอย่างด้านล่างนะครับ

วิธีดูรถมือสอง

จากรูปตัวอย่างด้านบนนะครับ ลองดูในจุดที่วงไว้ด้วยวงกลมสีส้มนะครับ พอขยายออกมาแล้วจะเห็นรอยแตกตามตะเข็บของฝากระโปรง เนี่ยแหละครับ รถที่เคยซ่อมฝากระโปรงมา มีเทคนิคนิดนึงที่อยากจะบอกกันไว้ด้วยนะ เราใช้จุดนี้ดูได้ด้วยนะว่าที่โดนชนมาเนี่ยชนมาลึกแค่ไหน ก็ง่ายๆเลยครับดูจากรูปด้านซ้ายนะ จุดที่วงกลมด้วยสีส้มคือจุดที่ตะเข็บแตก ส่วนตะเข็บตามแนวลูกศรสีเขียวไม่มีรอยแตก นั่นแหละครับใช้ดูว่าชนมาลึกแค่ไหน พูดง่ายๆก็คือมีรอยแตกถึงแค่ตรงไหนก็แปลว่ารถโดนชนมาถึงตรงนั้น เช่นถ้ารอยแตกลึกเข้ามาจากด้านท้าย 1 ฟุตก็แปลว่าตอนโดนชนท้ายโดนชนลึกเข้ามา 1 ฟุตจากรูปตัวอย่างคงคิดว่าคันนี้น่าจะโดนมาเล็กน้อยแค่มุมๆ เปล่าเลยนะครับ อีกจุดนึงที่สำคัญที่ต้องดูเลยก็คือพื้นของห้องใส่ของท้ายรถครับ ตามรูปด้านล่างนะครับ

วิธีดูุรถมือสอง

ในวงกลมสีเขียวคือพื้นด้านท้ายที่เดิม ส่วนในวงกลมสีส้มคือส่วนที่ซ่อมมา จะเห็นว่ามีการเอาอะไรไม่รู้มาแปะๆไว้แล้วพ่นสีทับเอา เพราะปกติพื้นด้านท้ายจะไม่มีมาแปะๆแบบนี้ แล้วก็มีการพ่นแค่สีพื้นเท่านั้นแต่จะไม่มีการพ่นแลกเกอร์ทับ เพราะฉะนั้นสีจะออกด้านๆ ( ดูลักษณะของสีในวงกลมสีเขียวนะครับ ) จากตัวอย่างด้านบนเนี่ย รถคันนี้โดนชนแบบที่รถคันหน้าโดนช้อนด้านท้ายขึ้นมา พูดง่ายๆก็คือโดนชนด้านล่างหนักกว่าด้านบน จริงๆแล้วพื้นของห้องใส่ของท้ายรถเนี่ยจำเป็นต้องดูทุกคัน เพราะบางทีถ้าชนมาหนักขนาดเปลี่ยนฝาท้ายเลยเนี่ยเราจะไม่เจอรอยแตกตามตะเข็บของฝากระโปรง ก็ใช้วิธีดูจากพิ้นเนี่ยแหละครับ เพราะจุดนี้ถ้ารถโดนชนท้ายมาแล้ว จะซ่อมกันไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ เพราะมันเป็นจุดที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของห้องใส่ของท้ายรถ เลยทำให้เป็นจุดที่จะเหลือร่องรอยของการซ่อมแซมให้ดูมากที่สุด การดูด้านท้ายรถก็ง่ายๆแค่นี้เองครับ

มาถึงอีกจุดนึงที่ต้องดูเลยก็คือ รอบเชื่อมตามขอบประตู แล้วรอยเชื่อมตามขอบประตูอยู่ตรงไหนหละ มันจะซ่อนอยู่ใต้ยางขอบประตูครับ เวลาจะดูต้องดึงขอบยางออก ดูจากตัวอย่างด้านล่างนะ รอยที่ลูกศรชี้นั่นแหละครับ

วิธีดูุรถมือสอง

จุดนี่ต้องขอบอกกันนิดนึงนะครับ ถ้าไปดูรถตามเต็นท์ เราจะไปดึงยางตามขอบดูก็สามารถดึงได้เลยไม่ต้องอะไรมาก แต่ถ้าไปดูรถบ้านต้องขอเจ้าของเค้าก่อนนะ เพราะบางคนไม่ชอบให้เราไปงัดแงะอะไรรถเค้า อาจจะมีการปะทะคารมกันได้ถ้าเราไปดึงโดยไม่ขอเค้าก่อน แล้วจะสังเกตุได้ยังไงว่ารถที่ เราไปดูอยู่เคยมีชนด้านข้างมาป่าว ก็ให้ดูที่รอยเชื่อมเนี่ยเหละครับ วิธีก็คือถ้าโดนชนด้านข้างมารอยพวกนี้จะหายไปตามตัวอย่างด้านล่างครับ

วิธีดูุรถมือสอง

จากรูปนะครับ จะสังเกตุได้ว่าในวงกลมสีเขียวมีรอยเชื่อม ส่วนในกรอบสีส้มไม่มีรอยเชื่อม นั่นแหละครับใช้ดูว่าโดนชนมาตรงไหนบ้าง ง่ายๆเลยก็คือ ตรงที่ไม่มีรอยเชื่อมคือโดนชนมา เพราะรอยเชื่อมนี้จะต้องมีตลอดความยาวของขอบประตู ทั้งสี่บานใช้ดูได้เหมือนกันหมดเลยนะครับ ดูตัวอย่างของรถที่ขอบประตูเดิมที่รูปด้านล่างนะครับ

วิธีดูุรถมือสอง

จะเห็นว่ามีรอยเชื่อมยาวตลอดความยาวของขอบประตูตามกรอบสีเขียวเลยเห็นมั้ยครับ วิธีดูก็มีแค่นี้แหละครับง่ายๆหลายคนคงอยากถามว่าแล้วเรื่องว่ารถเคยทำสีมาบ้างมั้ยจะดูยังไง เรื่องนี้ผมคงต้องขอพูดไว้ประมาณว่า "รถที่ทำสีบางคันอาจจะไม่เคยชนหนัก แต่รถทุกคันที่ชนหนักมาต้องทำสี" ก็ง่ายๆครับรถที่ทำสีบางคันอาจจะแค่เก็บรอยขีดข่วน รอยขนแมว มีเลี้ยวไม่พ้นชนกระถางบ้างอะไรบ้าง หรือบางคนแค่ประกันชั้น 1 จะหมดแล้วก็เลยถือโอกาสเก็บสีทั้งคันใหม่เลยก็มี อีกอย่างนึงวิธีการดูสีรถนั้นยากครับ ถ้าไม่ชำนาญกันจริงๆจะดูไม่ค่อยออก ก็เลยไม่ขอพูดถึงวิธีดูสีรถว่าเดิมไม่เดิมเลยดีกว่า เอาเป็นว่าถ้าดูตำหนิของรถเป็น ผมรับรองได้เลยว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันได้ระดับนึงแน่นอนครับ

วิธีดูุรถมือสอง

แล้วในส่วนที่ว่ารถที่เคยชนมาสามารถซื้อได้มั้ย อันนี้ก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละคนนะครับ ในส่วนตัวผมบอกได้เลยครับว่าซื้อได้ ถ้าไม่หนักมากก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นพวกพ่นห้องเครื่องมาเลยเนี่ยคงไม่แนะนำให้ซื้อนะ เพราะบางทีรถที่ชนมาหนักมากๆอาจจะต้องยกเครื่องขึ้นเพื่อซ่อมตัวถังให้เสร็จก่อนแล้วค่อยวางเครื่องลงไปใหม่ ไอ้ตอนวางกลับเนี่ยแหละครับที่จะทำให้เกิดปัญหา เพราะอู่ทำสีบางทีก็ลืมโน่นลืมนี่ ลืมต่อสายไฟไปบางจุด อาจจะทำให้รถเกิดปัญหาซ่อมไม่จบไปเลยก็มี หรือบางทีก็ดึงตัวถังได้ไม่ตรงทำให้รถเสียศูนย์ไปเลยก็มี แต่พวกนี้ดูง่ายครับ เพราะรถมันจะเบี้ยวๆด้านหน้าด้านหลังจะเยื้องๆกัน ดูไม่ยากครับ อยากจะฝากไว้นิดนึงนะครับ ผมเคยเจอบ่อยๆ พวกที่อยากจะต่อราคารถ โดยวิธีการติว่ารถเคยชนมาหนักบ้าง โน่น..นี่..นั่น อันนี้ไม่ดีนะครับ สมมุติว่า ถ้าอ่านที่ผมเขียนแล้วไปดูรถแล้วดูออกว่ามีการทำสีมาบ้าง แต่ไม่มีชนมาหรือมีชนมาแต่ก็เล็กๆน้อย ก็ไม่อยากให้ไปสวดรถเค้าซะเสียความรู้สึกกันนะ ใจเขาใจเรา รถใครๆก็รักครับ เราจะซื้อไม่ซื้อก็อีกเรื่องนึง ถ้าเราไม่อยากซื้อก็แค่ขอตัวกลับแค่นั้นเองครับ

ทีนี้ก็ขอมาพูดถึงการดูสมุดจดทะเบียนของตัวรถกันบ้างดีกว่าอย่างแรกครับรายละเอียดตัวรถ จริงๆก็ไม่มีอะไรมาก ก็จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ วันจดทะเบียน เลขเครื่อง เลขตัวถัง ที่อยากจะให้ดูเป็นอย่างแรกก็คือวันจดทะเบียนกับรุ่นปี ค.ศ. ที่ผมวงกลมสีส้มเอาไว้ วันจดทะเบียนก็บอกถึงวันที่รถคันนี้ได้ทำการจดทะเบียน ส่วนรุ่นปี ค.ศ. คือปีที่รถได้ผลิตออกมา ถ้าจะให้ดีที่สุดคือสองอันนี้ปีต้องตรงกัน อย่างในตัวอย่างด้านล่างก็ถือว่าตรงกัน

มาดูอีกตัวอย่างนะครับ ลองดูวันจดทะเบียนกับรุ่นปี ค.ศ. นะครับ วันจดทะเบียนวันที่ 9 กันยายน 2551 ก็คือ 9 กันยายน 2008 แต่รุ่นปี ค.ศ. เขียนว่า 2007 แปลว่ารถคันนี้ออกรถตั้งแต่ 2007 แต่มาจดเอา กันยายน 08 ห่างกันเกือบๆปี ถ้าห่างกันแค่ปีเดียวก็เป็นเรื่องที่เจอบ่อยบางทีรถค้างที่ศูนย์นานขายไม่ออก รถจองเลขทะเบียนสวยๆเลยต้องรอเลขมาก่อน แต่ถ้าห่างกันเกิน 1 ปี ก็ต้องลองถามเหตุผลจากคนขายดูครับว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าเหตุผลฟังขึ้นจะหยวนๆไปก็ได้ แต่ถ้าตอบอึกอักๆก็กลับดีกว่าครับ

วิธีดูุรถมือสอง

พอดูวันจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็มาดูรายละเอียดตัวอื่นของรถกันพวกเลขเครื่อง เลขตัวถัง ดูเอาตามตัวอย่างข้างล่างนะครับ ตามตัวอย่างเป็นเล่มของ รถกระบะเลขตัวถังจะอยู่ตรงแชสซีรถ ส่วนรถเก๋งอาจจะอยู่หลายที่ครับ แล้วแต่ยี่ห้อ จุดที่เลขตัวถังอยู่จะเขียนไว้ในเล่ม ( ที่ผมวงกลมสีส้มไว้นะครับ ) ส่วนหมายเลขจะเขียนไว้ในวงกลมสีน้ำเงิน พอเราดูในเล่มแล้วก็ไปดูตามจุดที่เล่มบอกไว้ว่ามีเลขมั้ย เลขตรงกันหรือเปล่า ไม่ยากครับ มีทริคอย่างนึงนะให้เราเอามือลองลูบตรงตัวเลขดู ถ้ารู้สึกว่าขอบตัวเลขมันคมลูบแล้วสะดุดมือเหมือนเวลาเราลูบที่รอยตัดเหล็ก ให้เดินกลับออกมา แล้วไปดูคันอื่นได้เลย เอ๊ะ...แล้วทำไมถึงให้ไปดูคันอื่นได้เลยหละ เพราะรถปกติเลขตัวถังจะเรียบ แต่ถ้ารถที่ตอกมามันจะคมครับ

วิธีดูุรถมือสอง

พอดูเลขตัวถังเสร็จเราก็มาดูเลขเครื่องกันบ้าง มันก็คล้ายๆกับเลขตัวถังครับ จุดที่หมายเลขเครื่องอยู่ผมวงไว้ด้วยวงกลมสีส้ม ส่วนหมายเลขก็วงไว้ด้วยวงกลมสีน้ำเงิน เราก็ไปดูตามจุดที่เล่มบอกเอาว่ามีมั้ย ตรงกันรึปล่า แต่เลขเครื่องต้องใช้ความพยายามในการหานิดนึงนะครับ บางรุ่นเลขอยู่ใต้เครื่องต้องมุดดู บางรุ่นอยู่หลังเครื่องมองยาก บางทีแป้นหมายเลขเครื่องก็จะมีคราบฝุ่น คราบน้ำมันปิดอยู่ อาจจะต้องเช็ดออกก่อนถึงจะเห็น

วิธีดูุรถมือสอง

จริงๆแล้วเรื่องเลขเครื่องกับเลขตัวถังนี่ ถ้าเราไปซื้อรถเป็นเงินสดเลยนี่ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้นะ ถ้าดูรถแล้วชอบใจ ตกลงซื้อขายกันได้ก็ขับไปขนส่งไปโอนด้วยกันเลย ให้ขนส่งเป็นคนตรวจสอบให้ ถ้ารถโอนได้ก็ไม่มีปัญหา จ่ายเงินจ่ายทองกันให้เสร็จแล้วก็แยกย้ายได้เลย แต่ถ้าซื้อแบบจัดไฟแนนซ์หรือซื้อแบบเอามาแค่ชุดโอนลอย อันนี้ต้องดูให้เป็น ถ้าดูไม่เป็นมีสิทธิ์เจ็บตัวกันได้นะครับ
ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องอื่นที่ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่ไม่รู้กันดีกว่า มันคือหน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ในหน้า 18 กันครับ ลองดูตามตัวอย่างด้านล่างนะครับ

จากตัวอย่างด้านบนที่บรรทัดแรก บอกว่า "รถประกอบขึ้นมาจากอุปกรณ์รถเก่า"หมายถึงรถคันนี้เป็นรถจดประกอบ จดทะเบียนครั้งแรกที่ สระบุรี แจ้งใช้แก๊ส หลังจากนั้นถอดแก๊สออก แล้วย้ายเข้ามาใช้ทะเบียนกรุงเทพ ที่อยากให้ดูหน้า 18 ก็เพราะมันคือประวัติรถ ถ้ารถเคยมีอะไรมาเช่น แจ้งจอด ยกเลิกทะเบียน เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี ติดแก๊ส ฯลฯ ในหน้า 18 จะมีการบันทึกไว้
รายละเอียดพวก เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่อง ไม่ใช่ปัญหาเพราะถ้าเรารับเรื่องพวกนี้ได้ก็จบ แต่รายละเอียดที่ตัวผมเองจะไม่ค่อยอยากซื้อรถที่มีประวัติ 3 แบบนี้เลยคือ
1.การแจ้งจอด ยกเลิกทะเบียนแล้วจดใหม่
2.คัดแทนเล่มเดิมสูญหาย
3.คัดแทนเล่มเดิมชำรุด
ถ้ารถมีการแจ้งจอดผมจะไม่ซื้อเลย เพราะเราไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องแจ้งจอด รถอาจจะเคยมีปัญหาใหญ่ๆมาซ่อมไม่ไหว ชนหนักเป็นซากรถมา เลยแจ้งยกเลิกทะเบียนไว้ ฯลฯ ส่วนการคัดแทนเล่มเดิมชำรุดหรือสูญหายนี่ถ้าเลือกได้ผมก็จะไม่ซื้อหรือถ้าจะซื้อจริงๆต้องไปโอนที่ขนส่งเท่านั้น พอโอนได้แล้วผมถึงจะจ่ายเงินให้
นี่เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ผมเอามาแบ่งปันกัน ถ้าท่านใดอ่านมาได้จุดนี้ผมรับรองเลยว่าคุณจะซื้อรถมือสองโดยไม่โดนหลอกแน่นอน คราวหน้าถ้ามีอะไรที่น่าสนใจผมจะมาเขียนอีกทีในตอนต่อไปนะครับ


  • images (1).jpg
    หลายๆ ท่านที่อยากจะซื้อขายรถ แต่ไม่เคยซื้อขายมาก่อน บางทีก็ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่จำเป็นต้องใช้มีอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่าครับว่าต้องใช้อะไรบ้างในการซื้อขายรถ ผมขออนุญาตอธิบายเป็นภาษาแบบ...

  • รับซื้อรถมือสองทุกชนิด107motor_12.jpg
    จากที่ผมทำธุรกิจด้านการรับซื้อขายรถมือสองมาหลายปี มีลูกค้าโทรมาปรึกษาเรื่องการขายรถติดไฟแนนซ์ทุกๆวัน เลยทำให้รู้ว่าหลายๆคนไม่ค่อยจะทราบขั้นตอนหรือความหมายของการขายรถติดไฟแนนซ์ หรือ...

  • IMG_20180718_152322313.jpg
    ถอยรถมือสองมาคันนึง…แล้ว (กู) ต้องทำอะไรกับรถบ้าง (วะ) " ผมคิดว่านี่คงเป็นคำถามในใจของใครหลายๆคน (ตอนผมซื้อรถคันแรกมาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน 555)เอาหละวันนี้เรามาดูกันดีกว่า...

  • Mazda2_Engine19_zps23d84927.jpg
    จะกล่าวถึง แรงบิด (Torque) และแรงม้า (Horse Power) เพราะหลายคนเองก็ยังงงๆกันอยู่ว่ามันคืออะไร ถ้าเราเข้าใจถึงความหมายของศัพท์ดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบเครื่อ...